อันเดรส ตูเญซ ผมจะลงเล่นในฐานะนักเตะของ บีจีพียู ไม่ใช่นักเตะเก่าของ บุรีรัมย์ฯ

11 Sep 2020 15:10:22

13 ก.ย.63 คือวันที่สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะกลับมาลงสนามในไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/21 นัดที่ 5 ซึ่งเกมดังกล่าวถูกจับตามองจากหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหตุผลหลายประการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาที่ลีกหยุดไปกว่า 6 เดือน นั่นทำให้ความกระหายอยากชมเกมนี้ของแฟนบอลมากขึ้นตามไปด้วย เหตุผลต่อมาคือทุกคนรู้ดีว่าช่วงที่ผ่านมาทัพ "เดอะ แรบบิท" จัดว่าเป็นทีมที่มีความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ หลังดึงนักเตะชื่อดังเข้ามาร่วมทีมหลายคน และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือคู่ต่อสู้ในนัดต่อไปของ บีจีพียู คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เกมนัดนี้ทวีคูณความน่าสนใจยิ่งขึ้นอีก



เมื่อพูดถึงคู่ต่อสู้ในเกมต่อไปของ บีจี ปทุมฯ อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่นทำให้นักเตะที่ชื่อ อันเดรส ตูเญซ กองหลังชาวเวเนซุเอลาเชื้อสายสเปน เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับทัพ "ปราสาทสายฟ้า" มากว่า 6 ปี และสร้างความสำเร็จไว้ได้อย่างมากมาย แน่นอนว่าการลงสนามนัดแรกอย่างเป็นทางการให้กับต้นสังกัดใหม่อย่าง บีจี ปทุมฯ และต้องเจอกับทีมเก่าอย่าง บุรีรัมย์ฯ นั้นเจ้าตัวจึงเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุด

"แน่นอนมันเป็นเกมที่พิเศษ แต่ว่ามันคือฟุตบอล เมื่อตอนลงเล่นในสนาม 90 นาที ผมจะลืมเรื่องนอกสนามให้หมดและทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าหลายๆคนจะเป็นพี่น้องจะเป็นเพื่อนกับผม แต่ในสนามมันคือการแข่งขัน" ตูเญซ พูดถึงความรู้สึกที่จะได้เจอกับทีมเก่า และเมื่อถูกถามว่าระยะเวลากว่า 6 ปีที่เขาอยู่กับ บุรีรัมย์ฯ จะมีผลอะไรกับเกมนี้หรือไม่ ปราการหลังวัย 33 ปี ก็ยืนยันว่ามันจะไม่มีผลอะไรในเกมนี้อย่างแน่นอนเพราะเขาเคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว

"ไม่เลย พวกเขาจะเป็นเพื่อนของผมก่อนเกมและหลังเกม แต่ในเกม อย่างที่ผมพูดว่า ตลอดเวลา 90 นาที ผมจะเล่นอย่างเต็มที่ อย่างตอนที่ผมเล่นในสเปนผมเคยลงเล่นเจอกับเพื่อนรักของผม ซึ่งผมก็ปะทะกับเขาเหมือนกับผู้เล่นคนอื่นๆ แน่นอนว่ามันเป็น 6 ปีที่ยอดเยี่ยมกับ บุรีรัมย์ฯ เพราะผมคว้าแชมป์มากมายที่นั่น แต่นี่คือทีมใหม่และผมมีความท้าทายกับบีจีฯที่จะสร้างอะไรที่พิเศษขึ้นมา นี่คือสิ่งที่ผมตั้งตารอ"



นอกจากนี้ ตูเญซ ยังได้เผยถึงการฝึกซ้อมกับทัพ "เดอะ แรบบิท" ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะในเกมรับที่เขาจะเล่นร่วมกับ อิรฟาน และวิคเตอร์ "ผมรู้สึกดี เพราะทีมนี้มีการเล่นเกมรับที่ดี ตั้งแต่ผู้รักษาประตู กองหลัง และแดนกลาง สำหรับผมมันจึงเป็นเรื่องที่ดีมาก ด้วยขุมกำลังผู้เล่นในทีมอย่างวิคเตอร์, อิรฟานและกองหลังคนอื่นๆ ช่วยให้การเล่นในระบบหลังสามง่ายมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมชอบมากๆ"

นอกจากเกมรับของ ตูเญซ ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของปราการหลังรายนี้ก็คือการทำประตู ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำประตูได้มากเมื่อสมัยที่อยู่กับ บุรีรัมย์ฯ แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือการเก็บคลีนชีตและพาทีมคว้าชัยชนะ

"คุณรู้ไหม ตอนที่อยู่ที่บุรีรัมย์ ผมสูงที่สุดในทีม แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว วิคเตอร์ สูงกว่าผมซะอีก ผมว่าคอยรอดูกันดีกว่า เพราะว่าผมไม่เคยอยากที่จะยิงประตู ผมต้องการที่จะเก็บคลีนชีต ถ้าผมยิงได้ผมก็จะดีใจที่จะได้ช่วยทีม ที่ผมทำประตูได้มากมาย เพราะว่าที่บุรีรัมย์ผมเป็นคนยิงจุดโทษและทำประตูได้มากมายจากลูกเตะมุม แต่ตอนนี้แตกต่างออกไปเพราะมีคนอื่นที่ทำประตูได้ดีจากลูกตั้งเตะ เช่น วิคเตอร์ แต่การเก็บ 3 แต้มคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทีม"



แน่นอนว่าเกมในวันที่ 13 ก.ย.นี้ จะมีแฟนบอลบางส่วนไม่สามารถเข้ามาชมเกมในสนามลีโอ สเตเดี้ยมได้ แต่ ตูเญซ ก็หวังว่าจะได้รับแรงเชียร์จากทั้งในและนอกสนาม เขาและเพื่อนร่วมทีมทุกคนจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะให้ได้

"มันเป็นเรื่องน่าเศร้านะที่แฟนบอลไม่สามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ทุกคน แต่ว่าเราต้องช่วยประเทศหยุดไวรัสนี้ เราไม่รู้ว่าโรคนี้ทำอะไรได้มากกว่านี้หรือเปล่า การชมเกมที่บ้านอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เราทุกคนต้องดูแลตัวเอง แน่นอนว่าการลงเล่นเกมใหญ่แบบนี้ การมีแฟนบอลจะทำให้บรรยากาศของเกมสนุกกว่าแน่นอน เพราะแรงเชียร์ของพวกเขาก็มีผลกับเกมด้วย ช่วยให้เรามีแรงสู้ เราจะทำอย่างเต็มที่ในการเอาชนะบุรีรัมย์ฯ เพราะนี่คือสิ่งที่แฟนบอลทุกคนจะได้เห็นผ่านจอทีวี ผมเป็นคนที่เชื่อในแฟนบอล พวกเขาสำคัญมากกับทีมและฟุตบอล เราต้องรอดูกันว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแบบไหน ไม่รู้ว่าในอนาคตแฟนบอลทุกคนจะสามารถเข้ามาชมได้หรือเปล่า เพราะตอนนี้ทีมเราอยู่ในโซนลุ้นแชมป์ พวกเราต้องการแรงเชียร์ของพวกเขาเหมือนกัน"



ทั้งหมดเป็นความรู้สึกของ อันเดรส ตูเญซ กองหลังของทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่เผยถึงความพร้อมของทีมและความรู้สึกที่จะได้เจอทีมเก่าของเขา แน่นอนว่าเกมในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.นี้ เจ้าตัวจะต้องแบกรับความกดดันเพิ่มขึ้นกว่านักเตะคนอื่นๆ และนี่จึงนับเป็นบทพิสูจน์ของเขาว่าจะก้าวผ่านมันไปได้หรือไม่!!