เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

4 Nov 2020 18:43:11

ฤดูกาล 2020 นับเป็นปีที่ทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตในศึกโตโยต้า ไทยลีก ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา หลังลงสนามไปแล้ว 11 นัด ชนะ 9 เสมอ 2 และยังไม่แพ้ใคร แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของทีมคือการเป็นแชมป์ไทยลีก แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าทัพ "เดอะ แรบบิท" จะโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงขนาดนี้ 

ย้อนกลับไปหลังจบภารกิจพิชิตแชมป์ไทยลีก 2 และเลื่อนกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ในซีซั่น 2019 บีจี ปทุมฯ เสริมทัพด้วยผู้เล่นชื่อดังไม่ว่าจะเป็น สิโรจน์ ฉัตรทอง, สันติภาพ จันทร์หง่อม, วิคเตอร์ คาร์โดโซ่, สุมัญญา ปุริสาย รวมถึงดึง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กลับมาจากเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป้าหมายในการไล่ล่าแชมป์

แม้ว่า 4 นัดแรกก่อนหยุดโควิด-19 ทัพ "เดอะ แรบบิท" จะฝากผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการชนะ 3 เสมอ 1 นัด (ชนะ เอสซีจี เมืองทองฯ 2-1, เสมอ พีที ประจวบ 0-0, ชนะ โปลิศ เทโร 3-0, ชนะ ตราด เอฟซี 1-0) แต่บอร์ดบริหารและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชก็มองเห็นอะไรบางอย่าง ทำให้ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ บีจี ปทุมฯ เสริมทัพรอบสองด้วยผู้เล่นอย่าง สารัช อยู่เย็น, อันเดรส ตูเญซ, เจนรบ สำเภาดี และมิสึรุ มารุโอกะ นั่นยิ่งทำให้ขุนพลของ บีจีพียู แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นและถูกยกให้เป็นทีมเต็งในการลุ้นแชมป์ไทยลีกอย่างเต็มตัว

แน่นอนว่าบทพิสูจน์สำคัญคือโปรแกรมหลังหยุดพักโควิดเมื่อทัพ "เดอะ แรบบิท" ต้องเจอกับ "บิ๊กทีม" ในกลุ่มลุ้นแชมป์ไม่ว่าจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ทัพ "เดอะ แรบบิท" เปิดหัวหลังหยุดพักโควิดด้วยการบุกชนะ การท่าเรือ เอฟซี 1-0 จากนั้นบุกชนะ ทรู แบงค็อกฯ 2-0 กลับมาเล่นในบ้านเฉือนชนะ ระยอง เอฟซี 2-1 และเฉือนชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 ก่อนจะมาสะดุดเสมอ สมุทรปราการ ซิตี้ 2-2 ก่อนจะคืนฟอร์มด้วยการบุกชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-2 และล่าสุดบุกชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-0 ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ บีจีพียู สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดในการเจอกับ "บิ๊กทีม"

โดยโปรแกรม 4 นัดที่เหลือก่อนจบเลกแรกของทัพ "เดอะ แรบบิท" คือเล่นในบ้านพบ ชลบุรี เอฟซี ออกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กลับมาเล่นในบ้านพบ สุพรรณบุรี เอฟซี และปิดท้ายเลกแรกด้วยการบุกเยือน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 

แน่นอนว่าเป้าหมายอันดับแรกของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คือการคว้าโควตาในรอบแบ่งกลุ่มของศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 นั่นหมายความว่าหลังจบเลกแรกทัพ "เดอะ แรบบิท" จะต้องติดอันดับ 1 ใน 2 ของลีก หรืออย่างน้อยต้องติด 1 ใน 4 เพื่อสิทธิ์ในรอบเพลย์ออฟ นั่นคือภารกิจแรกที่ต้องทำให้ได้ซึ่ง 4 นัดต่อจากนี้ในลีกจะเป็นตัวชี้วัดว่าพวกเขาจะทำได้หรือไม่

ส่วนภารกิจต่อไปคือการลุ้นแชมป์ไทยลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของสโมสรฯ ก็ต้องรอดูการเสริมทัพของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกว่าแต่ละทีมจะทำได้ดีเพียงใด รวมถึงการเสริมตัวผู้เล่นของทัพ "เดอะ แรบบิท" ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่าแต่ละทีมคงต้องเน้นเป็นพิเศษและไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นความสนุกและความมันส์ที่แท้จริงของศึกไทยลีกจะระอุอีกครั้งในเลกที่สอง และทั้งหมดจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทัพ "เดอะ แรบบิท" จะดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ไทยลีกหรือไม่